คำถามสำหรับคนสร้างบ้านไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังมีมาให้ตอบกันอยู่ตลอดไม่มีหมด เพราะงานเกี่ยวกับบ้านมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากมาย หนึ่งในคำถามที่เรามักจะเห็นผ่านตากันอยู่เสมอคือเรื่องราวของ
“ผ้าม่าน” ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านสีไหนที่เข้ากับบ้าน เนื้อผ้าม่านควรใช้แบบไหนดี หลายๆ คนคิดว่าผ้าม่านก็คงเหมือนกันหมด จะติดห้องไหนก็ใช้แบบเดียวกัน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะแต่ละห้องมีความต้องการใช้งานต่างกัน ต้องการระดับแสงไม่เท่ากัน ผ้าม่านแบบเดียวกันอาจตอบโจทย์ไม่ได้ทั้งหมด เนื้อหานี้
HomeGuru จะมาแนะนำวิธีการ
เลือกม่านให้เหมาะกับห้อง หรือแต่ละห้องเหมาะกับผ้าม่านแบบไหน เพื่อให้ผ้าม่านเป็นองค์ประกอบที่เสริมลุคให้กับบ้านและใช้งานได้ดีควบคู่กันไป
เลือกม่านให้เหมาะกับห้อง
ห้องนั่งเล่น
เป็นจุดที่มีคนเข้าใช้งานบ่อยและต้องการความรู้สึกผ่อนคลาย จึงมักออกแบบให้มีช่องเปิด บาน
ประตูหน้าต่างกระจกเยอะ เพื่อให้สามารถมองออกไปรับบรรยากาศภายนอกได้ ส่งผลให้แสงภายนอกกระจายเข้าสู่ภายในห้องตามไปด้วย
ผ้าม่านที่ใช้ควรเป็นม่านกรองแสงที่มีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้งแสงและแดด ทำให้ห้องไม่ร้อนเกินไป หรือติดผ้าม่านสองชั้นที่ทำจากผ้าโปร่งๆ อยู่ชั้นในและม่านผ้าทึบอยู่
สำหรับบ้านที่มีพื้นที่มีโถงสูง ( Double Volume) จะหมาะกับการติดตั้งม่านม้วนที่ควบคุมโดยรีโมทหรือ Smart Phone เพราะสะดวกในการปรับแสงในบริเวณที่สูงได้ง่ายกว่า ส่วนรูปแบบและดีไซน์ม่านในห้องนั่งเล่นสามารถใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นม่านสั้น ม่านยาว ม่านตาไก่
ม่านพับ ม่านหลุยส์ แต่อย่าลืมเลือกสไตล์ สี ลวดลายให้เข้ากับภาพรวมในการตกแต่งห้อง
ห้องทำงาน
พื้นที่ทำงานเป็นจุดที่ต้องการแสงสว่าง เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในระหว่างการใช้งาน หากมีความสว่างน้อยหรือมากไป จะทำให้รู้สึกไม่สบายตาและส่งผลต่อสุขภาพตาในระยะยาวด้วย ห้องทำงานจึงเป็นอีกจุดที่ต้องปรับระดับการรับแสงแดดให้พอดีกับการใช้งานในแต่ละช่วงของวัน
ผ้าม่านที่เหมาะกับห้องทำงาน เช่น มูลี่ไวนิล,
ม่านพับ, ม่านม้วนชนิดกึ่งทึบแสงที่ปล่อยให้แสงผ่านได้บ้าง, ม่านปรับแสง หรือมู่ลี่จีบ ที่ปรับองศาในการรับแสงได้
ห้องนอน
ห้องนอนเป็นพื้นที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความมืดเพื่อให้นอนหลับสนิท ไม่ถูกรบกวนจากแสงยามเช้า และแสงจาก
หลอดไฟภายนอกในยามค่ำคืน ผ้าม่านควรมีความหนาและมีคุณสมบัติช่วยกันแสงได้ดี อาทิ ม่านม้วนชนิดทึบแสง blackout ซึ่งม่านชนิดนี้แสงจะส่องผ่านเข้าได้น้อยมาก หรือผ้าม่านกัน UV ที่ช่วยป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านทั่วไปถึงหนึ่งเท่าตัว จะช่วยเพิ่มระดับประสิทธิภาพการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ความต้องการและวิถีการพักผ่อนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบความมืด แต่บางคนไม่สามารถหลับได้หากห้องมืดสนิทเกินไป สำหรับห้องที่เจ้าของชอบรับแสงอ่อนๆ ยามเช้า จะเหมาะกับการใช้ผ้าม่านสีอ่อน หรือผ้าม่าน 2 ชั้น ที่ด้านในเป็นผ้าโปร่ง (Sheer) และด้านนอกทึบ สามารถปล่อยให้แสงผ่านเข้ามาได้บ้าง
ห้องครัว
สำหรับ
ห้องครัวบางบ้านอาจไม่ติดม่านที่หน้าต่าง เพื่อให้แสงส่องเข้ามาลดความชื้นในบริเวณที่ต้องล้างและประกอบอาหาร แต่ก็มีหลายๆ บ้านที่จำเป็นต้องติดม่านกรองแสงในบางจุด ซึ่งแนะนำว่าพื้นที่ใกล้
เตาไฟไม่เหมาะกับการใช้ผ้าม่านยาว เพราะอาจเกิดอันตรายได้เมื่อมีลมพัดขณะปรุงอาหาร อาจเปลี่ยนมาใช้ผ้าม่านสั้นที่ถอดซักได้ ม่านมู่ลี่หรือม่านม้วนจากวัสดุที่เช็ดทำความสะอาดคราบเขม่าต่างๆ ได้ง่าย
ห้องน้ำ
ห้องน้ำส่วนมากจะปิดทึบรอบด้านเพื่อให้การทำธุระส่วนตัวสะดวกเต็มที่ ช่องเปิดจะมีเพียงบานเกล็ดที่ประตูและหน้าต่างระบายเล็กๆ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่าน แต่ปัจจุบันห้องน้ำนิยมออกแบบให้โปร่งใสด้วยกระจก เพื่อเปิดวิสัยทัศน์ให้สามารถชมวิวภายนอกได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องการความเป็นส่วนตัวอยู่เช่นเดิม อาจเลือกใช้มูลี่ไม้ไผ่ หรือมู่ลี่พีวีซีสำเร็จรูปลายไม้ เพื่อสร้างอารมณ์ผ่อนคลายเหมือนรีสอร์ท ม่านลักษณะนี้ยังสามารถปรับองศาในการมองเห็นได้และทนความชื้นได้ดีด้วย
ผ้าม่านเป็นส่วนที่อยู่ติด
หน้าต่าง จึงเปรียบเสมือนด่านหน้าที่ช่วยกรองและสะสมฝุ่นในตัว หากเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ ควรมองหาผ้าม่านที่ทำจากวัสดุที่ไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยพับและสามารถถอดซักได้สะดวก อย่างเช่น
ม่านม้วน (Roller Blind) ที่ใช้งานโดยดึงขึ้นลงทำให้ฝุ่นหลุดออกง่าย หรือใช้ผ้าที่เคลือบสารช่วยลดการเกาะติดฝุ่น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่มากับฝุ่นได้อีกระดับหนึ่งครับ
สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการติดตั้งผ้าม่าน Inbox เพจ Home Service by HomePro : m.me/Homeservicebyhomepro Line : https://lin.ee/uN8D4Zl หรือ @Homeproservice
Call Center 1284